แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของล้านนา

0 Comments
Lanna cultural tourist attractions

เมื่อพูดถึงภาคเหนือ หลายคนก็มักจะนึกถึงอากาศที่หนาวเย็น และภูเขาที่สูง รวมไปถึงกลุ่มหมอกที่หนาตาในช่วงเช้า ซึ่งเอกลักษณ์ของภาคเหนือที่เด่นชัดคือวัฒนธรรมที่ไม่เคยเลือนหายไป นั่นคือ วัฒนธรรมล้านนา ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่มีความงดงาม และเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นล้านนาได้เป็นอย่างดี ซึ่งวัฒนธรรมของล้านนาก็มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน ถ้าจะพูดถึงในตอนนี้ก็อาจจะไม่เพียงพอ แต่ถ้าใครสนใจและอยากจะเรียนรู้ จะพาไปแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมล้านนา ที่เป็นตัวแทนของวัฒนธรรมล้านนาเพื่อแสดงให้ผู้เข้าเที่ยวชมได้รับรู้ถึงวัฒนธรรมล้านนานั่นเอง

  1. ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

เป็นที่รวมศิลปะและวัฒนธรรมของล้านนา หมู่เรือนไทยไม้สักประตูหน้าต่างประดับด้วยไม้แกะสลักอย่างสวยงาม ภายในบริเวณมีพิพิธภัณฑ์ผ้าโบราณ “สบันงา” มีร้านขายของที่ระลึกอยู่หลายร้าน และมีหมู่บ้านชาวเขาให้เที่ยวชม ส่วนในตอนกลางคืนมีบริการอาหารเย็นแบบขันโตก ซึ่งประกอบด้วยอาหารเหนือ เช่น แกงฮังเล น้ำพริกอ่อง แคบหมู เป็นต้น ซึ่งในระหว่างที่รับประทานอาหารก็จะได้รับชมการแสดงอย่างเช่นการฟ้อนที่เป็นเอกลักษณ์ของล้านนาด้วย

  1. พระธาตุดอยตุง จังหวัดเชียงราย

เรียกได้ว่าเป็นเจดีย์แห่งแรกในอาณาจักรล้านนา ที่ได้มีการอัญเชิญพระบรมสารีริกขธาตุจากประเทศอินเดียมาทำการประดิษฐานอยู่ที่นี่ จึงทำให้พระธาตุแห่งนี้นั้นกลายเป็นที่เลื่อมใสของชุมชนในหมู่บ้าน และนักท่องเที่ยวจำนวนมากซึ่งต่างพากันเดินทางมาเพื่อกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์กันที่บริเวณสถานที่แห่งนี้ ดังนั้นหากใครที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่เมืองเชียงรายแห่งนี้แล้วละก็อย่าลืมแวะมากราบไหว้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลกันเลย

  1. วัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน

วัดชื่อดังของจังหวัดน่าน ที่เป็นภาพวาดฝาผนังปู่ม่าน ย่าม่าน กระซิบรักบรรลือโลก เป็นภาพวาดที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองน่าน  ความสวยแปลกของวัดภูมินทร์ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน เป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทยอีกหนึ่งอย่าง คือ พระอุโบสถทรงจตุรมุขที่มีบันไดนาคทั้งสี่ทิศ ข้างในประดิษฐานพระประธานจตุรพักตร์ 4 ด้าน ไม่ว่าจะเดินขึ้นบันไดทิศไหนก็จะพบพระพักตร์ของพระพุทธรูปทุกด้าน

  1. คุ้มเจ้าหลวง จังหวัดแพร่

คุ้มแห่งนี้เป็นอาคารที่หรูหราสง่างาม และโอ่โถง คือ มีประตู หน้าต่างทั้งหมด 72 บาน งดงามด้วยลวดลายฉลุไม้อยู่ด้านบนปั้นลม และชายคาน้ำ รอบตัวอาคารประดับด้วยลวดลายไม้แกะฉลุ ตัวอาคารสร้างด้วยอิฐถือปูนทั้ง 2 ชั้น ไม่มีการฝังเสาเข็มแต่ใช้ไม้ซุงท่อนเป็นไม้เนื้อแข็ง พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2435 โดยเจ้าพิริยเทพวงศ์ เจ้าหลวงเมืองแพร่คนสุดท้าย โดยจะมีการจัดห้องต่างๆ เช่น ห้องจัดแสดงมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นของเมืองแพร่ ข้าวของเครื่องใช้ตามธรรมเนียมประเพณีเจ้านายฝ่ายเหนือ ห้องว่าราชการของเจ้าหลวงเมืองแพร่ในอดีต เป็นต้น